|
|
| เรื่องราวประวัติศาสตร์ไทย |
|
|
อนุรักษ์ ฟื้นฟูมรดกของชาติ |
ชีวิตของชาวบ้านนาอยู่กันอย่างเรียบง่าย พึ่งพาอาศัยซึ่งกัน ในระบบเครือญาติ ที่มีความเอื้อเฟื้อและไมตรีต่อกัน ดังจะเห็น ตัวอย่างจากยามป่วยไข้จะไปเยี่ยมเยียน และช่วยเหลือกัน
ฤดุทำนาชาวบ้านจะไปช่วยแรงร่วมกันจนกว่าจะเสร็จทุกนา โดยชาวบ้านจะมีความผูกพันร่วมกินข้าวท้องนาเดียวกันทุกคน จึงพึ่งพาอาศัยกันอย่างพี่อย่างน้องฉันท์ญาติมิตร
มีการแลกเปลี่ยนสินค้า เช่น มีมะพร้าวไปแลกข้าว หาปลา มาได้นำมาแลกพริกแลกเกลือ เมือสัตว์เลี้ยงตายในบางครั้ง ก็ จะแจกจ่ายกัน
การจัดการน้ำที่จะเอาเข้าไปใช้ในพื้นที่นาจะมีการร่วมประชุม โดยตีกะโละ(ตีเกราะ) และส่วนใหญ่จะเคารพเชื่อฟังผู้นำ คือ
ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือมาก
เจ้าอาวาสวัดตำบลบ้านนา ชาวบ้านต่างนับถือเลื่อมใส ชาวบ้านจะมีวิถีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายแบบชนบททั่วไป โดยมี ชีวิตและวิถีพึ่งพาธรรมชาติซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์
ชาวบ้านนาชีีวิตร่วมกันอย่างรักใคร่ ไม่มีโจร
ผู้ร้าย ชาวบ้านนาจะเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย เอาไว้ใช้
ไถนา ไม่ฆ่าวัวควายเป็นอาหาร เพราะชาวบ้านนา
จะมีวัฒนธรรมสูง เมื่อเสร็จฤดูทำนาชาวบ้านก็จะ
ปล่อยวัว ปล่อยควายเข้าป่าไปหากินในป่า ไม่ต้อง ตามเลี้ยง ถึงเวลาเก็บเกี่ยววัวควายจะกลับมาเอง
วิถีชีวิตของชาวบ้านนาจะให้ความช่วยเหลือ กันเป็นอย่างดี เมื่่อมีเทศกาลจะช่วยกันโดยไม่ต้อง จ้างคนงาน ข้าวปลาอาหารไม่ต้องซื้อ เพราะชาว บ้านจะไปหาเอง หรือปลูกข้าวไว้กินเอง
อาชีพส่วนใหญ่เป็นอาชีพเกษตรกรรม ทุกหลังคาเรือนจะมีที่ทำนาเพราะสภาพพื้นที่
ส่วนมากเหมาะแก่การทำนา ส่วนการทำไร่จะมีไร่อ้อย ไร่ยาสูบ ปลูกฝ้ายและปลูกละหุ่ง
เป็นต้น
วิถีชีวิตของผู้คนตำบลบ้านนาจะผูกพันกับธรรมชาติ แม่น้ำ พืชผัก อาหารปลูกกันเอง
ภายในครัวเรือน คนที่มีรายได้น้อยมักจะมีอาชีพรับจ้าง เช่น ดายหญ้า ทำสวน
ชาวบ้านที่ไม่มีที่ทำกินจะถางป่าเพื่อบุกเบิกที่ดินใช้ทำนาประมาณ 3-4 ไร่ ในหนึ่งปี
เรียกว่า เบิกนา ปีต่อๆไปจะเบิกนาเพิ่มขึ้นจนได้พื้นที่นากว้างพอเพียงแก่การเพราะปลูก
เพื่อบริโภค เมื่อได้ผลผลิตจะนำมาขาย เมื่อถึงฤดูฝนจะมีเห็ดหลายชนิด เช่น เห็ดโคน
เห็ดถอบ เห็ดไข่ห่าน เห็ดไข่เหลือง และเห็ดรวก ชาวบ้านจะเก็บมาทำอาหารโดยไม่
ต้องซื้อ หน่อไม้หาได้เองจากในป่า ถ้าได้จำนวนมาก จะนำไปดองไว้กินตลอดทั้งปี
อาชีพทำนา พื้นที่ทำนาในตำบลบ้านนากว้างขวางมากประมาณการได้ 3,000 ไร่
ดังนั้นการทำนาในแต่ละปี
จึงสามารถเลี้ยงคนได้
ทั้งตำบล นอกจากนั้นยังเลี้ยงหมู ไก่ ไว้เป็นอาหาร
หรือทำพิธีกรรมทางความเชื่อ และยังมีการเลี้ยง
ช้าง ม้า ไว้เพื่อใช้งานอื่น ๆ
อาชีพรับราชการ เช่น อาชีพครู และ ตำรวจ
ซึ่งเป็นอาชีพที่มีน้อยมาก แต่ชาวบ้านจะให้ความ
เคารพนับถือ เงินเดือนครูสมัยบ้านนาเดิมเพียง
4 บาท เท่านั้น